Win Melbourneคิ...'s profileในใจลึกๆหนึ่งดวงPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ในใจลึกๆหนึ่งดวงหัวใจ1ดวงที่เจอความสุขแต่ไม่อาจรักษามันเอาไว้ได้ April 07 ท่านแม่เอาดวงชะตาผมไปให้หมอดูดูคับหลายวันที่แล้วท่านแม่เอาดวงชะตาผมไปให้หมอดูทำนาย หมอดูท่านบอกว่าจะเจอปัญหาดังนี้(เรื่องดีไม่พูดถึงละกัน เพราะก็โอเคอะ) ลูกคุณจะมีปัญหาเรื่องท้อง และตา แม่กลับมาผมก็นั่งปวดท้องเพราะกระเพาะอักเสบเนื่องจากไม่ได้กินข้าวอยู่ และวันต่อมาก็เจ็บตาเพราะไปเที่ยว 555 และจะมีกรรมเข้ามาในปีนี้ทำให้เพื่อนๆของคุณและคนที่คุณรักจะพลอยรังเกียจคุณด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจและหลีกเลี่ยงไม่ได้ โอยนี่โดนไป3เรื่องแล้ว แล้วก็กำลังจะเจอเรื่องที่4 ทำไมหมอดูดูตรงแบบนี้ละจะทำยังไงดีละเนี่ยเหอๆจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เป็นตามที่หมอดูทำนายไว้เด็ดขาดเลย ไม่มีทาง ไม่ยอม จะสู้ สู้ให้ได้ มันต้องมีทางออก มันต้องมีทางออกสิ แล้วนี่ก็ต้องเจอไอ้$#@%$^#$%^#$1บ่อยขึ้นอีกเหรอแม่งอย่าคิดว่าได้ใจเกินไปนัก กูเชื่อสิ่งที่ลูกกูบอกอย่างเดียว จะไม่มีใครมาเป่าหูกูได้เด็ดขาดแม้มันจะเป้นความจริงก็เหอะ (แล้วจะทำไงเนี่ยถ้ามันเป็นความจริงอ้ากกกก)เครียด เครียด
และเรื่องสุดท้าย ปีหน้าต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ คงจะได้ออสเตเรียสินะอืม March 06 เมื่อครึ่งนึงของจิตใจมีเพื่อนเติมเต็มอยู่ภายในอ่าเรื่องดีๆขอให้ไปอ่านในอีกเวบเถอะ ถ้าอ่านแล้วจะรู้สึกไม่ดีอย่ามาอ่านในนี้เลย จริงๆ ไปซะ(สติส่วนสุดท้ายเขียนไว้ก่อนเสียสติแล้ว)*******************************************************************************
จึงรู้ได้ทันทีว่า นี่คือตัวฉัน ตัวฉันที่มีความสุข ยินดีกว่าทรพยสินใดๆ
จึงรู้ได้ทันทีว่า อีกครึ่งของจิตใจฉัน มัน ผิดปรกติ เป็นไม่เหมือนคนอื่นๆรอบตัวที่ฉันแคร์ เป็นตำหนิ เป็นรอยด่าง เป็นมะเร็ง เป็นแผลร้าย เป็นปีศาจ เป็นพีสาง เป็นวิญาณร้าย เป็นคำสาบ เป็นกรรมอันยิ่งใหญ่
จึงรู้ได้ทันทีว่า มันกัดกิน อีกฝั่งที่เติมเต็มไปด้วยเพื่อนและคนที่รัก ไปทุกวันๆ มันทำลายสิ่งที่ฉันรัก มันทำลายทุกอย่างรอบตัว มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว จะแก้ยังไงก็แก้ไม่ได้เพราะว่า ทุกคนโดนมันปิดปาก ไม่ให้พูด ไม่ให้คุย ไม่ให้บอก ให้อยู่เฉยๆรอดูสิ่งที่ฉันค่อยๆทำลายลงกับมือ
จึงรู้ได้ทันทีว่า ฉันแปลก ผิดปรกติ ปากหมา ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง เสียงเล็กที่คอยร้องเตือน ฉันก็ไม่เข้าใจไม่ได้ยิน
จึงรู้ได้ทันทีว่า ในเสี้ยวหนึ่งมียารักษา ที่มีเสียงดังออกมาช่วยไว้ เป็นเสี้ยวหนึ่งที่มีค่ามีความหมาย
จึงรู้ได้ทันทีว่า มันสายเกินไป...
และในตอนนี้ ฉันเสียกลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่งไป เพราะตัวฉันเอง เพราะฉันผิดปรกติ ไม่ใช่คน ไม่ใช่อะไรที่คนจะต้องสนใจอีกต่อไป
และใจตอนนี้ ฉันยังมีบางส่วนที่อบอุ่น ฉันเข้าใจและขอบคุณอย่างที่สุดที่ได้กรุณามอบความรักความห่วงใยนี้ให้ เพราะหากไม่มีส่วนนั้น คอยเป็นกำลังใจให้ฉัน คอยห่วงใย คอบถามไถ่
ฉันเชื่อว่า.....ฉันคงไม่อยู่บนโลกแล้ว
วินจะไปทะเล..วินจะไปทะเลจริงนะ กระเป๋าก็จัดไว้นานแล้ว บุคก็เสร็จแล้ว กล้องก็พร้อมแล้ว.....แต่ October 23 นาฬิกาเรือนแรกในบ้านที่หยุดลงบนทางเดินของเวลานี่คือเรื่องราวที่เกิดในบ้านหลังนึงครอบครัวนึงที่แสนจะธรรมดาเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีการสีเติมแต่งใดๆ
ประมาณเดือนกันยาปลายๆพ่อได้เข้าโรงบาลเพราะตอนนี้ปอดไม่สามารถดูดซับออกซิเจนได้เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกายจึงต้องไปให้ออกซิเจนที่โรงบาลจุฬา หลังจากสู้กับมะเร็งปอดอยู่ 1ปีครึ่งด้วยเหตุที่เป้นมะเร็งมาก่อนเมื่อ5ปีที่แล้วแต่ไม่ได้เอะใจเลยไม่ได้ตรวจโรคมาราบภายหละงก็เป้นอาการขั้นที่4แล้ว
ปลายเดือนกันยา 60%
พ่อ .อ้าวมาแล้ว มาให้พ่อกอดหน่อย อืมมมเรียนเป็นไงบ้าง งานเป็นไงบ้าง
ลูก ก็โอเคคับก็ทำไปเรื่อย ก้ว่ากันไป บลาๆๆ
ก็เป็นเรื่องราวธรรมดาของการไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลทุกวันเวลาเย็น 4 โมง ถึง 5 โมงเย็น
ในช่วงนี้พ่อพูดคุยยิ้มแย้มปรกติ ไม่สามารถเดินไปห้องน้ำเองได้เพราะว่าเมื่อถอดที่หายใจจะเหมือนกับอาการร่างกายขอาดอากาศในทันที หากจะเทียบให้เข้าใจ การเดินไปห้องน้ำก็เหมือนกันกับการเดินขึ้นภูกระดึงหมาดๆนั่นเอง
ท่านพ่อจะไอตลอดเพราะเนื้อเยื่อในปอดได้เสียหายมากทำให้เปิกเป็นฟองและเป็นเมือกในปอดต้องไอตลอด ในวันนึงๆ อาการก็จะเป็นเช่นนี้บ้านเราก็จะไปเยี่ยมทุกวันตอนดึกจึงกลับ
ต้นเดือนตุลา 50%
พ่อ. อ้าวมาให้พ่อกอดหน่อย งานการเป้นไง ประชุมไรพวกนี้
ลูก ก็ดีครับ ก็บลาๆๆๆ
ก็เป็นอีกวันที่การเยี่ยมเยียนเป็นปรกติ พ่อจะนอนค่อนข้างทั้งวันเพราะเหนื่อยและไม่มีแรงทำอะไรเท่าไรแต่พูดคุยและยิ้มแย้มไปนปรกติ เป็นเวลา1อาทิตยที่ท่านพ่ออยู่ในโรงพยาบาลและกาการทรงตัว
เวลาประมาณ4ทุ่มท่านพ่อจึงจะขอยานอนหลับเพื่อหลับยาวไปตื่นวันรุ่งขึ้นไม่งั้นจะหลับๆตื่นๆ
วันถัดมา มีเพื่อนๆมาเยี่ยมมากมายท่านพ่อก็ยิ้มแย้มดีหัวเราะและพูดคุยอย่างดี และคิดว่าจะต้องอยู่รอพี่ที่เรียนอยู่นอกที่ออสเตเลียที่จะกลับมาตอนปิดเทอมวันที่2 ธันวาคมได้สบายๆ
พอเวลา4ทุ่มท่านพ่อก็หลับพวกเราก็กลับบ้าน ฝากพี่เลี้ยงไว้ในช่วงกลางคืนเนื่องจากท่าแม่ดูแลเหนื่อยมากทุกวัน
วันต่อมา 40%
วันนี้พ่อนอนทั้งวัน คาดว่าเมื่อวานคุยมากเลยเหนื่อย
พ่อ .อืม(ยื่นให้ลูกไปกอดตามปรกติ และพูดเสียงค่อยๆถามไถ่)แล้วก็ไม่ได้คุยอะไรอีก
ตอนนี้ท่านพ่อปวดขามาก(มะเร็งเข้าไปในเนื้อกระดูก) และน้ำหนักลดลงไปมากเพราะกินข้าวไม่ค่อยได้
ยังคุยและยิ้มแย้มได้แต่คุยมากไม่ได้ พอกลางคืนหมดมาตรวจและเรียกแม่ไปคุยเพื่อให้ดูผลเอ็กซเรยปอด ซึ่งขาวมาก ทำให้การดูดซับอากาศทำได้น้อยและ เหนื่อย ด้วยความกังวลของทั้งบ้านจึงได้ทำการเปลีย่นแผนให้ท่านพี่กลับมาก่อนในวันที่19ตุลาคม แล้วจึงโทรไปนัดพี่ เพราะหมอได้เตือนว่าท่านพ่อต่อไปจะเริ่มอาการทรุดตัว ขั้นตอนต่อไปนี้คือการระงับอาการปวดโดยการใช้มอฟีนได้เริ่มต้นขึ้นแล้วประมาณ4ทุ่มก็นอนหลับ
วันที่ 19ตุลาคม 30%
ไปรับพี่ที่สนามบินและไปเยี่ยมพ่อในทันทีเพื่อให้เห้นว่ามาแล้ว พอไปถึงท่านพ่อตื่นดูทีวีอยู่และเหมือนอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนได้โอบกอดพี่ของผม(พี่ชายคนโต)อย่างดีใจได้คุยบ้างและอาการดูดีขึ้น ตอนนี้ท่อออกซิเจนได้เปลี่ยนไปเป็นแบบครอบหน้าแล้วและไม่สามารถลุกจากเตียงได้อีกพ่อไม่ค่อยไอและปวดแล้ว เนี่งจากผลของมอฟีนที่กดประสาททั้งหมด เนื่องจากช่วงนี้ออกซิเจนไม่เพียงพอแล้ว ทำให้อาจจะปวดและทรมานได้(ลองสูดอากาศ1วิเท่านั้นแล้วปล่อยออกไปแบบนี้ซัก10นาทีดูสิ)การมห้มอฟีนคือการกดประสาททั้งหมดไม่รับรู้อาการเหล่านี้ ผลคือการตอบสนองน้อยลงและซึม แต่วันนี้พ่อการดีขึ้น
และเราก็อยู่กันพร้อมหน้าครอบครัวเป้นครั้งแรกในรอบ1ปีครึ่ง
วันที่ 21 ตุลา 20%
ญาติๆเพื่อนๆมาเยี่ยมกันตลอดไม่ขาดสาย ท่านพ่อไม่คุยอะไรเท่าไรส่วนมากจะนอนแต่ยังรับรู้และตอบสนองได้ปรกติ ทุกเย็นเราจะอยู่กันพร้อมหน้าในห้องที่โรงพยาบาลจุฬา และกลับไปในตอนดึก
ประมาณ 4 ทุ่มท่านพ่อก็นอนตามปรกติ หมอเรียกให้แม่ไปดูผลการเอ็กซเรยอีกครั้งว่าตอนนี้ปอดที่ดูดซับอากาศได้เหลือไม่ถึง 20%แล้วคาดว่าอยู่ได้นานที่สุดต้นเดือนธันวา กลางคืนพยาบาลที่ดูแลอยู่โทรมาว่ามีช่วงที่พ่อไม่ตอบสนองการเรียกเป้นบางเวลา
วันที่ 22 สภาพปอดตกลงต่ำกว่า 10%
ตอนเช้าประมาณ 9 โมง โทรศัพลุงอ็อดดัง และคนโทรมาคือท่านพ่อโดยใช้มือถือของพ่อเองโทรไปแต่ไม่มีการคุยอะไรเลย เป้นบทสนทนา 2 นาที 45 วิ ที่ไม่พูดอะไรเลย ก่อนที่ลุงอ็อดจะ งง และวางโทรศัพไป
ตอนเช้า แม่รีบไปหาพ่อตามปรกติและเรียกยังตอบสนองและได้ยิน การหายใจเริ่มโยน(สูดอากาศเร็วๆและปล่อยช้า) ตอนนี้สติของพ่อไม่ถึง 40%แล้ว เซลสมองเริ่มอากาศ และผลของมอฟีนที่กดประสาท
ความเป้นห่วงและกังวลได้กระจายไปทั่วผู้คนรอบข้าง เวลาประมาณเที่ยงวัน ท่านพี่ไปเยี่ยม เป็นการลืมตาขึ้นแบบชัดเจนเมื่อได้ยินเสียงของพี่และโอบกอดกัน แต่ไม่สามารถคุยได้ต่อไป ครอบครัวเราก็อยู่เฝ้ากันครบในตอนเย็น และนั่นคือการลืมตาขึ้นครั้งสุดท้ายของพ่อ ตอนนี้ ร่างกายไม่สามรถควบคุมโดยสมองได้อีกต่อไป แต่สามารถรับรู้ได้ยินได้ จึงเริ่มเรียกตัวญาติสนิทต่างๆมาช่วยกันเรีกกคุณพ่อ เพื่อให้ได้สติอีกครั้ง และมีคำถามเกิดขึ้นเมื่อลุงอ็อดโทรกลับมาเข้าหาโทรศัพทพ่อที่อยู่กับแม่ตลอดตั้งแต่เมื่อวาน และ ไม่มีการโทรออกเลยในลิสการโทรออกโทรศัพของพ่อ??????????มีข้อมูลระยะการโทร 2นาที 45 วิอยู่เท่านั้น
ตอนนี้ไม่มีอาการโคม่าหรือาการเจ็บปวดใดอีกแล้ว มีแต่เสียงการหายใจโยนของท่านพ่อและตาลืมอยู่น้อยๆ ทุกคนพยายามเรียกคุณพ่อแต่ไร้การตอบสนอง พยาบาลเข้ามาปรับตัวให้นอนราบกับเตียง และทำให้ตาของพ่อลืมตาขึ้นแต่ไม่รับรู้หรือมองเห้นอะไรอีกนอกจากได้ยิน เป้นการพยายามตอบสนองของสติที่รับรู้การมาของครอบครัวและญาติๆที่มาเฝ้า แต่ไม่สามรถสั่งการสมองได้ ตอนีน้ปอดไม่สามารถดูดออกซิเจนได้ถึง5%แล้ว เสียงเรียกและจับมือนวดตามตัวไม่มีผลใ ตาของพ่อยังลืมอยู่นิ่ง
เวลาประมาณ 1ทุ่ม หมอมาตรวจความดันเหลือ 50 (จากประมาณ 80 มั้ง) พ่อยังคงไม่ตอบรับ การเรียกได้หยุดลงเปลี่ยนเป็นการกล่าวลาอย่างสงบ ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องคิดถึงอะไรแล้วนะพ่อนะ เสียงต่างๆทำนองนี้มาจากน้ำเสียงของแต่ละคนรอบๆเตียงของพ่อ เนื่องจากพ่อไม่ใช่คนชอบฟังธรรมมะ ทำให้เพลงธรรมมะที่ใส่หูฟังให้พ่อฟังตั้งแต่เย็น เทปเกิดขาดหลุดและเสียไปในที่สุด
เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ทุกอย่างยังคงเหมืนเดิม การหายใจยังโยนและเริ่มมีบางเวลาที่หายใจช้าและยาว
ความดัน เหลืประมาณ 40 ชีพจรไม่สามารถจับได้ การอำลาต่างๆ ท่ามกลางน้ำตาของแม่และญาติๆ
ถึงเวลานอนแล้วครับพ่อ หลับให้สบายนะครับ หลับให้สงบ ท่านพ่อก็ค่อยๆหรี่ตาลงเล็กน้อย และเวลาประมาณ 3ทุ่ม 50นาที การอำลาที่การกระตุ้นถูกหยุดลง กำลังใจในการอยู่ของพ่อตลอดมาเพื่อรอลูกคนโตกลับมาหา เหลือแต่เสียงหายใจอันแผ่วเบาและกระชาก ท่ามกลางความเสียใจและปล่อยวาง
เวลา 4ทุ่มตรง เวลานอนของพ่อ การหายใจคร้งสุดท้ายสั้นๆและผ่อนออกเบาๆ ถึงเวลานอนแล้วครับพ่อ
ถึงเวลานอนแล้ว นอนหลับฝันดีนะครับ แล้วร่างของคุณพ่อก็สงบนิ่งไม่มีการขยับใดๆอีกพ่อหลับตอน4ทุ่มอย่างสงบและมีความสุข ใบหน้ายิ้มนิดๆและหลับตาสนิท นาฬิกาเรือนนี้ได้หยุดลงแล้ว ทางเดินอันยาวนานและการต่อสู้ตอดล1ปี3เดือนกับมะเร็ง ได้สิ้นสุดลงอย่างสงบและพอใจของทุกคน หน้าตาของพ่อเหมือนการหลับปรกตินี่เอง และได้เปลีย่นไปเป็นชุดเต็มยศของตำรวจราชสำนัก
เวลา 4ทุ่มตรง คุณพ่อได้เสียชีวิตย่างสงบในวันที่ 22 ตุลาคม 2548 พิธีรดน้ำศพจัดที่วัดเทพศิริน วันที่ 25 ถึง 31 ตุลาคม 2548 ศาลา3
เรื่องราวเหล่านี้คือเหตุการของผู้ชายคนนึงที่มีกำลังใจและต่อสู้ตลอดมา และต่อจากนี้ การเดินทางของบุคคลต่างๆยังต้องดำเนินต่อไป คุณค่าของชีวิต และกำลังใจ การต่อสู้ของมนุษยและ ความรัก ของคนใกล้ชิด ลาก่อนครับ แล้วเจอกันใหม่
ก ฮือออออ
ข ฮือออ เชี่ยเขียนแล้วน้ำตาไหล อะไรวะ
กข ฮืออออออออออออออออออ
edit by wind 26/10/48
แล้วเราก็เหลือกัน 2 คน เพราะพี่ไปออสเตเลียแล้ว เพิ่งรู้สึกว่า ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เรายังไม่ทำงานเลยนะเนี่ย แล้วตอนนี้ทั้งบ้านก็เหลือ2คนแล้วเราจะไปไหนมาไหนได้ยังไงกันละ
ทิ้งแม่ไว้ก็ไม่ได้ด้วยสิ เฮ้อ เอาละสิๆๆๆเอาละซี่ ความเหงาครอบงำทั้งบ้านใช้ได้เลย
|
|
|||||
|
|